เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง และใช้คุกกี้ทางเลือกเพื่อวิเคราะห์การใช้งานและปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ โดยคุณสามารถเลือกได้ว่าจะอนุญาตคุกกี้ประเภทใด
บทความ
news card
คำถามที่ควรถามระหว่างสัมภาษณ์งาน
06.05.2569

การสัมภาษณ์งานไม่ใช่แค่ช่วงเวลาที่นายจ้างตรวจสอบประสบการณ์ของคุณเท่านั้น แต่เป็นโอกาสที่คุณจะตรวจสอบด้วยว่างาน บริษัท เงินเดือน และรูปแบบการทำงานเหมาะกับคุณหรือไม่ ก่อนรับข้อเสนอจากงานบน UpJob ควรเตรียมคำถามไว้ล่วงหน้า เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

 

ทำไมผู้สมัครควรถามคำถาม

แม้ประกาศงานบน UpJob จะเขียนชัดเจน แต่ประกาศงานไม่สามารถบอกทุกอย่างเกี่ยวกับการทำงานจริงได้ บางครั้งประกาศบอกหน้าที่ เงินเดือน และสถานที่ทำงาน แต่ไม่ได้บอกว่าทีมตัดสินใจอย่างไร ต้องทำงานล่วงเวลาบ่อยหรือไม่ หรือช่วงทดลองงานประเมินจากอะไร

คำถามที่ดีช่วยลดความเสี่ยงในการเจอเรื่องไม่คาดคิดหลังเริ่มงาน และทำให้นายจ้างเห็นว่าคุณจริงจัง เป็นมืออาชีพ และต้องการเลือกงานที่เหมาะสมในระยะยาว

สำหรับตลาดงานในประเทศไทย ควรถามเรื่องประเภทสัญญา ประกันสังคม ค่าล่วงเวลา วันลาพักร้อน สถานที่ทำงาน และหากคุณเป็นผู้สมัครต่างชาติ ควรถามเรื่องการสนับสนุนใบอนุญาตทำงานด้วย หากบริษัทไม่เป็นที่รู้จัก สามารถตรวจสอบการจดทะเบียนผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้

 

คำถามเกี่ยวกับบริษัท

เป้าหมายหลักของบริษัทในปีนี้คืออะไร

คำถามนี้ช่วยให้คุณเข้าใจว่าธุรกิจกำลังไปทางไหน บริษัทอาจกำลังขยายทีม เปิดบริการใหม่ ปรับปรุงคุณภาพ หรือเข้าสู่ตลาดใหม่ และงานของคุณอาจเกี่ยวข้องกับเป้าหมายเหล่านี้โดยตรง

ควรฟังว่าคำตอบชัดเจนหรือไม่ หากผู้สัมภาษณ์อธิบายไม่ได้ว่าบริษัทจ้างตำแหน่งนี้เพื่ออะไร หรือต้องการให้ทีมทำอะไรให้สำเร็จ ตำแหน่งนี้อาจยังไม่ได้ถูกวางแผนอย่างดี

วัฒนธรรมการทำงานของบริษัทเป็นอย่างไร

อย่าหยุดแค่คำตอบกว้าง ๆ เช่น “ทีมเราเป็นกันเอง” หรือ “เราเหมือนครอบครัว” ควรถามต่อด้วยตัวอย่าง เช่น ทีมรับมือกับความผิดพลาด งานด่วน หรือความเห็นไม่ตรงกันอย่างไร

คำตอบจะช่วยให้คุณเห็นว่าบริษัทมีวัฒนธรรมแบบสนับสนุนกัน เป็นทางการ ทำงานเร็ว ยืดหยุ่น หรือมีความกดดันสูง บริษัทเดียวกันอาจมีบรรยากาศต่างกันมากในแต่ละทีม

 

คำถามเกี่ยวกับตำแหน่งงาน

ทำไมตำแหน่งนี้จึงเปิดรับสมัคร

คำถามนี้ช่วยบอกได้ว่าตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งใหม่ บริษัทกำลังเติบโต หรือมีพนักงานคนก่อนลาออก แต่ละคำตอบให้บริบทที่มีประโยชน์ก่อนตัดสินใจ

หากพนักงานคนก่อนออกเร็ว ควรถามอย่างสุภาพว่าความท้าทายของตำแหน่งนี้คืออะไร ไม่ได้แปลว่างานนี้ไม่ดีเสมอไป แต่ช่วยให้คุณเห็นความเสี่ยงล่วงหน้า

ใน 3 เดือนแรก ฉันต้องทำอะไรเป็นหลัก

ช่วง 3 เดือนแรกสำคัญมาก เพราะมักเป็นช่วงที่บริษัทประเมินผลงานของพนักงานใหม่ ควรถามให้ชัดว่าคุณต้องทำอะไรเป็นอันดับแรก

คำตอบจะช่วยให้คุณรู้ว่างานจริงตรงกับประกาศหรือไม่ บางตำแหน่งอาจต้องแก้ปัญหาเดิม เรียนรู้ระบบใหม่ ช่วยโครงการเร่งด่วน หรือสร้างกระบวนการทำงานตั้งแต่เริ่มต้น

บริษัทวัดความสำเร็จของตำแหน่งนี้อย่างไร

ควรถามว่าบริษัทจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณทำงานได้ดี สำหรับงานขาย อาจวัดจากยอดขาย ลูกค้าใหม่ หรืออัตราการปิดการขาย สำหรับงานบริการลูกค้า อาจวัดจากเวลาตอบกลับหรือความพึงพอใจของลูกค้า สำหรับงานการตลาด อาจวัดจากจำนวนผู้เข้าชม ลูกค้าเป้าหมาย หรือผลลัพธ์แคมเปญ

เกณฑ์ที่ชัดเจนช่วยปกป้องทั้งสองฝ่าย คุณจะรู้ว่าควรโฟกัสอะไร และนายจ้างจะไม่ประเมินงานของคุณจากความรู้สึกส่วนตัวเพียงอย่างเดียว

 

คำถามเกี่ยวกับทีม

ใครคือหัวหน้างานโดยตรงของฉัน

หัวหน้างานมีผลอย่างมากต่อการทำงานทุกวัน ควรถามว่าใครจะเป็นคนมอบหมายงาน ตรวจงาน ให้ความคิดเห็น และประเมินผลช่วงทดลองงานหรือการเลื่อนตำแหน่ง

หากเป็นไปได้ ควรได้พูดคุยกับหัวหน้างานโดยตรงก่อนรับข้อเสนอ บริษัทที่มีระบบดีควรอธิบายสายการบังคับบัญชาได้ชัดเจน

งานถูกมอบหมายอย่างไร

คำถามนี้ช่วยให้คุณรู้ว่าการทำงานมีระบบหรือค่อนข้างวุ่นวาย งานอาจมาจากหัวหน้าคนเดียว หลายแผนก ลูกค้า หรือระบบจัดการงาน

หากมีหลายคนสามารถมอบหมายงานให้คุณได้ ควรถามว่าใครเป็นคนจัดลำดับความสำคัญ เพราะหากไม่มีลำดับชัดเจน งานที่ดีมากก็อาจกลายเป็นงานที่เครียดได้

พนักงานใหม่จะได้รับการสอนงานอย่างไร

ควรถามว่าในวันแรก สัปดาห์แรก และเดือนแรกจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง บริษัทมีการอบรม เครื่องมือ เอกสาร ผู้สอนงาน หรือเป้าหมายเริ่มต้นให้หรือไม่

หากไม่มีระบบสอนงานที่ชัดเจน ควรถามว่าเมื่อมีคำถามหรือปัญหา คุณสามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้ เรื่องนี้สำคัญต่อการผ่านช่วงทดลองงานอย่างราบรื่น

 

คำถามเกี่ยวกับสภาพการทำงาน

เวลาทำงานเป็นอย่างไร

ควรถามเรื่องเวลาเริ่มงาน เวลาพัก วันหยุดสุดสัปดาห์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และการทำงานล่วงเวลา ในประเทศไทย บางบริษัททำงานจันทร์ถึงศุกร์ แต่บางธุรกิจ เช่น ค้าปลีก โรงแรม ขนส่ง หรือบริการลูกค้า อาจทำงานหกวันต่อสัปดาห์

หากประกาศเขียนว่าเวลายืดหยุ่น ควรถามว่าหมายความว่าอย่างไร เพราะบางบริษัทยังมีเวลาประชุม วันที่ต้องเข้าออฟฟิศ หรือช่วงเวลาที่ทุกคนต้องออนไลน์

งานนี้ทำที่ออฟฟิศ ทำงานผสมผสาน หรือทำทางไกล

ควรถามว่าต้องเข้าออฟฟิศกี่วันต่อสัปดาห์ ใครเป็นคนอนุมัติการทำงานจากที่อื่น และสามารถทำงานทางไกลได้ตั้งแต่ช่วงทดลองงานหรือไม่

ควรถามเรื่องอุปกรณ์ด้วย หากทำงานจากบ้าน บริษัทมีคอมพิวเตอร์ โปรแกรม โทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต หรือเครื่องมือที่จำเป็นให้หรือไม่

 

คำถามเกี่ยวกับเงินเดือนและสวัสดิการ

ช่วงเงินเดือนเป็นกี่บาท

ควรถามช่วงเงินเดือนก่อนเข้าสู่ขั้นตอนลึกเกินไป จากนั้นถามต่อว่าเป็นเงินก่อนหรือหลังหักภาษี รวมโบนัสหรือไม่ และเงินเดือนเปลี่ยนหลังช่วงทดลองงานหรือไม่

ข้อเสนอที่มีเงินเดือนเท่ากันอาจมีมูลค่าจริงต่างกันมาก หากสวัสดิการ ค่าล่วงเวลา หรือเงื่อนไขโบนัสไม่เหมือนกัน

โบนัสหรือค่าคอมมิชชันคำนวณอย่างไร

สำหรับงานขาย งานสรรหาบุคลากร อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม หรือบริการบางประเภท โบนัสอาจเป็นรายได้ส่วนสำคัญ ควรถามว่าโบนัสขึ้นอยู่กับผลงานส่วนตัว ผลงานทีม หรือผลประกอบการบริษัท

ควรถามด้วยว่าเป้าหมายทำได้จริงหรือไม่ จ่ายโบนัสบ่อยแค่ไหน และเงื่อนไขถูกเขียนไว้ในสัญญาหรือนโยบายบริษัทหรือไม่

มีสวัสดิการอะไรบ้าง

ในประเทศไทย ผู้สมัครควรถามเรื่องประกันสังคม วันลาพักร้อน วันลาป่วยที่ได้รับค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ประกันสุขภาพ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าโทรศัพท์ การอบรม และวันหยุดนักขัตฤกษ์

สวัสดิการที่ดีอาจทำให้เงินเดือนทั่วไปน่าสนใจขึ้น และยังสะท้อนว่าบริษัทให้ความสำคัญกับพนักงานมากแค่ไหน

 

คำถามสำหรับผู้สมัครต่างชาติ

บริษัทช่วยเรื่องใบอนุญาตทำงานหรือวีซ่าหรือไม่

หากคุณไม่ใช่คนไทย ควรถามเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น บางบริษัทสามารถจ้างพนักงานต่างชาติและช่วยเรื่องเอกสารได้ แต่บางบริษัทไม่สามารถทำได้

ควรถามว่าต้องใช้เอกสารอะไร ขั้นตอนใช้เวลาประมาณเท่าไร และข้อเสนอจ้างงานขึ้นอยู่กับการอนุมัติใบอนุญาตทำงานหรือวีซ่าหรือไม่

 

วิธีถามอย่างมืออาชีพ

ควรถามด้วยน้ำเสียงสุภาพและให้เกียรติ คุณสามารถพูดว่า “ฉันอยากเข้าใจตำแหน่งนี้ให้ชัดเจน เพื่อดูว่าฉันจะสร้างผลงานได้ดีแค่ไหน”

หากคำตอบกว้างเกินไป ให้ถามต่อ เช่น “ช่วยยกตัวอย่างได้ไหม” หรือ “ในงานประจำวันเรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างไร” คำถามต่อเนื่องมักให้ข้อมูลที่มีประโยชน์มากกว่าคำตอบแรก

คุณยังสามารถใช้คำตอบเพื่อแสดงคุณค่าของตัวเองได้ เช่น หากนายจ้างอธิบายตัวชี้วัดความสำเร็จ คุณสามารถเล่าประสบการณ์ที่เคยทำผลลัพธ์คล้ายกันมาก่อน

 

สรุป

การสัมภาษณ์ที่ดีไม่ใช่แค่การได้ข้อเสนอจ้างงาน แต่คือการเข้าใจว่างานที่คุณกำลังเลือกเป็นงานแบบไหน

บน UpJob ควรสมัครและรับข้อเสนอจากนายจ้างที่อธิบายตำแหน่ง เงินเดือน ทีม และเงื่อนไขการทำงานได้ชัดเจน ยิ่งคุณถามก่อนเริ่มงานมากเท่าไร โอกาสเจอความผิดหวังภายหลังก็ยิ่งน้อยลง

การสัมภาษณ์งานไม่ใช่แค่ช่วงเวลาที่นายจ้างตรวจสอบประสบการณ์ของคุณเท่านั้น แต่เป็นโอกาสที่คุณจะตรวจสอบด้วยว่างาน บริษัท เงินเดือน และรูปแบบการทำงานเหมาะกับคุณหรือไม่ ก่อนรับข้อเสนอจากงานบน UpJob ควรเตรียมคำถามไว้ล่วงหน้า เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

article card

 

ทำไมผู้สมัครควรถามคำถาม

แม้ประกาศงานบน UpJob จะเขียนชัดเจน แต่ประกาศงานไม่สามารถบอกทุกอย่างเกี่ยวกับการทำงานจริงได้ บางครั้งประกาศบอกหน้าที่ เงินเดือน และสถานที่ทำงาน แต่ไม่ได้บอกว่าทีมตัดสินใจอย่างไร ต้องทำงานล่วงเวลาบ่อยหรือไม่ หรือช่วงทดลองงานประเมินจากอะไร

คำถามที่ดีช่วยลดความเสี่ยงในการเจอเรื่องไม่คาดคิดหลังเริ่มงาน และทำให้นายจ้างเห็นว่าคุณจริงจัง เป็นมืออาชีพ และต้องการเลือกงานที่เหมาะสมในระยะยาว

สำหรับตลาดงานในประเทศไทย ควรถามเรื่องประเภทสัญญา ประกันสังคม ค่าล่วงเวลา วันลาพักร้อน สถานที่ทำงาน และหากคุณเป็นผู้สมัครต่างชาติ ควรถามเรื่องการสนับสนุนใบอนุญาตทำงานด้วย หากบริษัทไม่เป็นที่รู้จัก สามารถตรวจสอบการจดทะเบียนผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้

 

คำถามเกี่ยวกับบริษัท

เป้าหมายหลักของบริษัทในปีนี้คืออะไร

คำถามนี้ช่วยให้คุณเข้าใจว่าธุรกิจกำลังไปทางไหน บริษัทอาจกำลังขยายทีม เปิดบริการใหม่ ปรับปรุงคุณภาพ หรือเข้าสู่ตลาดใหม่ และงานของคุณอาจเกี่ยวข้องกับเป้าหมายเหล่านี้โดยตรง

ควรฟังว่าคำตอบชัดเจนหรือไม่ หากผู้สัมภาษณ์อธิบายไม่ได้ว่าบริษัทจ้างตำแหน่งนี้เพื่ออะไร หรือต้องการให้ทีมทำอะไรให้สำเร็จ ตำแหน่งนี้อาจยังไม่ได้ถูกวางแผนอย่างดี

วัฒนธรรมการทำงานของบริษัทเป็นอย่างไร

อย่าหยุดแค่คำตอบกว้าง ๆ เช่น “ทีมเราเป็นกันเอง” หรือ “เราเหมือนครอบครัว” ควรถามต่อด้วยตัวอย่าง เช่น ทีมรับมือกับความผิดพลาด งานด่วน หรือความเห็นไม่ตรงกันอย่างไร

คำตอบจะช่วยให้คุณเห็นว่าบริษัทมีวัฒนธรรมแบบสนับสนุนกัน เป็นทางการ ทำงานเร็ว ยืดหยุ่น หรือมีความกดดันสูง บริษัทเดียวกันอาจมีบรรยากาศต่างกันมากในแต่ละทีม

 

คำถามเกี่ยวกับตำแหน่งงาน

ทำไมตำแหน่งนี้จึงเปิดรับสมัคร

คำถามนี้ช่วยบอกได้ว่าตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งใหม่ บริษัทกำลังเติบโต หรือมีพนักงานคนก่อนลาออก แต่ละคำตอบให้บริบทที่มีประโยชน์ก่อนตัดสินใจ

หากพนักงานคนก่อนออกเร็ว ควรถามอย่างสุภาพว่าความท้าทายของตำแหน่งนี้คืออะไร ไม่ได้แปลว่างานนี้ไม่ดีเสมอไป แต่ช่วยให้คุณเห็นความเสี่ยงล่วงหน้า

ใน 3 เดือนแรก ฉันต้องทำอะไรเป็นหลัก

ช่วง 3 เดือนแรกสำคัญมาก เพราะมักเป็นช่วงที่บริษัทประเมินผลงานของพนักงานใหม่ ควรถามให้ชัดว่าคุณต้องทำอะไรเป็นอันดับแรก

คำตอบจะช่วยให้คุณรู้ว่างานจริงตรงกับประกาศหรือไม่ บางตำแหน่งอาจต้องแก้ปัญหาเดิม เรียนรู้ระบบใหม่ ช่วยโครงการเร่งด่วน หรือสร้างกระบวนการทำงานตั้งแต่เริ่มต้น

บริษัทวัดความสำเร็จของตำแหน่งนี้อย่างไร

ควรถามว่าบริษัทจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณทำงานได้ดี สำหรับงานขาย อาจวัดจากยอดขาย ลูกค้าใหม่ หรืออัตราการปิดการขาย สำหรับงานบริการลูกค้า อาจวัดจากเวลาตอบกลับหรือความพึงพอใจของลูกค้า สำหรับงานการตลาด อาจวัดจากจำนวนผู้เข้าชม ลูกค้าเป้าหมาย หรือผลลัพธ์แคมเปญ

เกณฑ์ที่ชัดเจนช่วยปกป้องทั้งสองฝ่าย คุณจะรู้ว่าควรโฟกัสอะไร และนายจ้างจะไม่ประเมินงานของคุณจากความรู้สึกส่วนตัวเพียงอย่างเดียว

 

คำถามเกี่ยวกับทีม

ใครคือหัวหน้างานโดยตรงของฉัน

หัวหน้างานมีผลอย่างมากต่อการทำงานทุกวัน ควรถามว่าใครจะเป็นคนมอบหมายงาน ตรวจงาน ให้ความคิดเห็น และประเมินผลช่วงทดลองงานหรือการเลื่อนตำแหน่ง

หากเป็นไปได้ ควรได้พูดคุยกับหัวหน้างานโดยตรงก่อนรับข้อเสนอ บริษัทที่มีระบบดีควรอธิบายสายการบังคับบัญชาได้ชัดเจน

งานถูกมอบหมายอย่างไร

คำถามนี้ช่วยให้คุณรู้ว่าการทำงานมีระบบหรือค่อนข้างวุ่นวาย งานอาจมาจากหัวหน้าคนเดียว หลายแผนก ลูกค้า หรือระบบจัดการงาน

หากมีหลายคนสามารถมอบหมายงานให้คุณได้ ควรถามว่าใครเป็นคนจัดลำดับความสำคัญ เพราะหากไม่มีลำดับชัดเจน งานที่ดีมากก็อาจกลายเป็นงานที่เครียดได้

พนักงานใหม่จะได้รับการสอนงานอย่างไร

ควรถามว่าในวันแรก สัปดาห์แรก และเดือนแรกจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง บริษัทมีการอบรม เครื่องมือ เอกสาร ผู้สอนงาน หรือเป้าหมายเริ่มต้นให้หรือไม่

หากไม่มีระบบสอนงานที่ชัดเจน ควรถามว่าเมื่อมีคำถามหรือปัญหา คุณสามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้ เรื่องนี้สำคัญต่อการผ่านช่วงทดลองงานอย่างราบรื่น

 

คำถามเกี่ยวกับสภาพการทำงาน

เวลาทำงานเป็นอย่างไร

ควรถามเรื่องเวลาเริ่มงาน เวลาพัก วันหยุดสุดสัปดาห์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และการทำงานล่วงเวลา ในประเทศไทย บางบริษัททำงานจันทร์ถึงศุกร์ แต่บางธุรกิจ เช่น ค้าปลีก โรงแรม ขนส่ง หรือบริการลูกค้า อาจทำงานหกวันต่อสัปดาห์

หากประกาศเขียนว่าเวลายืดหยุ่น ควรถามว่าหมายความว่าอย่างไร เพราะบางบริษัทยังมีเวลาประชุม วันที่ต้องเข้าออฟฟิศ หรือช่วงเวลาที่ทุกคนต้องออนไลน์

งานนี้ทำที่ออฟฟิศ ทำงานผสมผสาน หรือทำทางไกล

ควรถามว่าต้องเข้าออฟฟิศกี่วันต่อสัปดาห์ ใครเป็นคนอนุมัติการทำงานจากที่อื่น และสามารถทำงานทางไกลได้ตั้งแต่ช่วงทดลองงานหรือไม่

ควรถามเรื่องอุปกรณ์ด้วย หากทำงานจากบ้าน บริษัทมีคอมพิวเตอร์ โปรแกรม โทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต หรือเครื่องมือที่จำเป็นให้หรือไม่

 

คำถามเกี่ยวกับเงินเดือนและสวัสดิการ

ช่วงเงินเดือนเป็นกี่บาท

ควรถามช่วงเงินเดือนก่อนเข้าสู่ขั้นตอนลึกเกินไป จากนั้นถามต่อว่าเป็นเงินก่อนหรือหลังหักภาษี รวมโบนัสหรือไม่ และเงินเดือนเปลี่ยนหลังช่วงทดลองงานหรือไม่

ข้อเสนอที่มีเงินเดือนเท่ากันอาจมีมูลค่าจริงต่างกันมาก หากสวัสดิการ ค่าล่วงเวลา หรือเงื่อนไขโบนัสไม่เหมือนกัน

โบนัสหรือค่าคอมมิชชันคำนวณอย่างไร

สำหรับงานขาย งานสรรหาบุคลากร อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม หรือบริการบางประเภท โบนัสอาจเป็นรายได้ส่วนสำคัญ ควรถามว่าโบนัสขึ้นอยู่กับผลงานส่วนตัว ผลงานทีม หรือผลประกอบการบริษัท

ควรถามด้วยว่าเป้าหมายทำได้จริงหรือไม่ จ่ายโบนัสบ่อยแค่ไหน และเงื่อนไขถูกเขียนไว้ในสัญญาหรือนโยบายบริษัทหรือไม่

มีสวัสดิการอะไรบ้าง

ในประเทศไทย ผู้สมัครควรถามเรื่องประกันสังคม วันลาพักร้อน วันลาป่วยที่ได้รับค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ประกันสุขภาพ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าโทรศัพท์ การอบรม และวันหยุดนักขัตฤกษ์

สวัสดิการที่ดีอาจทำให้เงินเดือนทั่วไปน่าสนใจขึ้น และยังสะท้อนว่าบริษัทให้ความสำคัญกับพนักงานมากแค่ไหน

 

คำถามสำหรับผู้สมัครต่างชาติ

บริษัทช่วยเรื่องใบอนุญาตทำงานหรือวีซ่าหรือไม่

หากคุณไม่ใช่คนไทย ควรถามเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น บางบริษัทสามารถจ้างพนักงานต่างชาติและช่วยเรื่องเอกสารได้ แต่บางบริษัทไม่สามารถทำได้

ควรถามว่าต้องใช้เอกสารอะไร ขั้นตอนใช้เวลาประมาณเท่าไร และข้อเสนอจ้างงานขึ้นอยู่กับการอนุมัติใบอนุญาตทำงานหรือวีซ่าหรือไม่

 

วิธีถามอย่างมืออาชีพ

ควรถามด้วยน้ำเสียงสุภาพและให้เกียรติ คุณสามารถพูดว่า “ฉันอยากเข้าใจตำแหน่งนี้ให้ชัดเจน เพื่อดูว่าฉันจะสร้างผลงานได้ดีแค่ไหน”

หากคำตอบกว้างเกินไป ให้ถามต่อ เช่น “ช่วยยกตัวอย่างได้ไหม” หรือ “ในงานประจำวันเรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างไร” คำถามต่อเนื่องมักให้ข้อมูลที่มีประโยชน์มากกว่าคำตอบแรก

คุณยังสามารถใช้คำตอบเพื่อแสดงคุณค่าของตัวเองได้ เช่น หากนายจ้างอธิบายตัวชี้วัดความสำเร็จ คุณสามารถเล่าประสบการณ์ที่เคยทำผลลัพธ์คล้ายกันมาก่อน

 

สรุป

การสัมภาษณ์ที่ดีไม่ใช่แค่การได้ข้อเสนอจ้างงาน แต่คือการเข้าใจว่างานที่คุณกำลังเลือกเป็นงานแบบไหน

บน UpJob ควรสมัครและรับข้อเสนอจากนายจ้างที่อธิบายตำแหน่ง เงินเดือน ทีม และเงื่อนไขการทำงานได้ชัดเจน ยิ่งคุณถามก่อนเริ่มงานมากเท่าไร โอกาสเจอความผิดหวังภายหลังก็ยิ่งน้อยลง

ลิขสิทธิ์ © 2569 บริษัท Upjob สงวนสิทธิ์ทุกประการ